ขโมยส้มฝากแม่
สมัยราชวงศ์ฮั่น
ลกเจ๊ก เด็กน้อยอายุเพียง 6
ขวบ ได้ไปเฝ้าคารวะอ้วนสุดเจ้าเมืองจิ่วเจียง
ท่านจึงสั่งคนใช้ให้จัดส้มมาเลี้ยงแขกตามธรรมเนียม เมื่อลกเจ๊กได้ทานแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงมารดา
จึงแอบหยิบส้มสองผลใส่ไว้ในแขนเสื้อ
ครั้นถึงเวลากลับ ทำคารวะเพื่ออำลา บังเอิญส้ม ที่ซ่อนไว้หล่นลงมา
อ้วนสุดเห็นแล้วก็พูดสัพยอกว่า “ลกเจ๊กเอ๋ย
เจ้ามาเป็นแขก ไฉนจึงขโมยส้มของเรา ไม่กลัวคนเขาจะหัวเราะเยาะเอาหรอกหรือ”
เด็กน้อยคุกเข่าแล้วกล่าวว่า “แม่ผมชอบทานส้มที่สุด
จึงตั้งใจจะเอาไปฝาก เมื่อแม่ได้ทานก็นับว่าท่านได้เลี้ยงแขกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน”
อ้วนสุดได้ฟังดังนั้นก็ชมเชยว่า เด็กอายุเพียงเท่านี้ยังรู้จักกตัญญูต่อมารดาหายากนัก
จึงสั่งคนรับใช้ให้จัดส้มหนึ่งกระเช้าเดินตามไปส่งเด็กน้อยผู้ซึ่งมีความกตัญญูเป็นเลิศ
……………………………………………
ฝังลูกเพื่อแม่
สมัยราชวงศ์ฮั่น กัวจวี้ เป็นคนยากจน อยู่กับมารดาเพียงลำพัง
บำรุงเลี้ยงมารดาและปรนนิบัติให้นางมีความสุข ต่อมามารดาได้ไปสู่ขอหญิงสาวให้มาเป็นภรรยาและให้กำเนิดบุตรชายอันเป็นที่รักของย่ายิ่งนัก
เวลาทานอาหาร ย่าจะให้หลานทานส่วนของย่าจนอิ่มหนำ แล้วย่าจึงจะทานส่วนที่เหลือ
นับวันเด็กยิ่งเจริญวัย อาหารที่หลานเคยทานเหลือบัดนี้ก็ไม่พอเสียแล้ว
กัวจวี้เห็นแล้วเกิดความละอายใจ จึงบอกภรรยาว่าเราควรนำลูกไปฝังเสียเถิด
แม่จะได้ทานอาหารอิ่มท้อง ลูกนั้นอาจมีใหม่ได้ แต่แม่ไม่อาจมีใหม่ได้อีก
ขณะที่กัวจวี้ใช้จอบขุดดินลึกสามฟุตก็พบทองแท่งมีอักขระจารึกไว้ว่า “ฟ้าประทานแก่ลูกกตัญญู
แม้ขุนนางชาวประชามิอาจแย่งชิง” สองสามีภรรยาจึงนำทองคำกลับบ้าน
พวกเขาปรนนิบัติดูแลมารดาและลูกเป็นอย่างดี
………………………………………..
พัดที่นอนให้บิดา
สมัยราชวงศ์ฮั่น หวงเซียง เป็นชื่อของลูกกตัญญูคนหนึ่ง
กำพร้าแม่ตั้งแต่อายุ 9
ขวบ เขาเฝ้าคิดถึงอาลัยผู้เป็นแม่ที่จากไปอยู่ทุกวันคืน
หวงเซียงตั้งอกตั้งใจทำงานด้วยความขยันขันแข็ง
คอยปรนนิบัติรับใช้บิดาอย่างดีที่สุดตามหน้าที่ของลูกที่ดี
ในฤดูหนาว ก่อนที่บิดาจะเข้านอน เขาจะขึ้นไปนอนเกลือกกลิ้งบนที่นอน
เพื่อให้ไออุ่นในร่างกายกลบความหนาวเย็นเสียก่อน... ในฤดูร้อน
เขาจะใช้พัดโบกวีเพื่อไล่ความร้อนให้ที่นอนเย็นสบาย แล้วจึงเชิญบิดาขึ้นนอน
เขาปฏิบัติเช่นนี้เรื่อยมาโดยไม่คิดเบื่อหน่าย
กิตติศัพท์ความกตัญญูของเขาเลื่องลือไปไกลจนทราบถึงเจ้าเมือง ท่านจึงขอให้ทางราชสำนักประกาศยก
ย่องเกียรติคุณในความกตัญญูกตเวทีของหวงเซียง จนเป็นที่ทราบกันตราบทุกวันนี้
………………………………..
เก็บผลหม่อนเลี้ยงมารดา
สมัยราชวงศ์ฮั่น ไช่ซุ่น กำพร้าพ่อแต่เด็ก เขาปรน
นิบัติดูแลมารดาด้วยความกตัญญูยิ่ง ขณะนั้นบ้านเมืองเกิดสงครามข้าวยากหมากแพง
เขาได้แต่ไปเก็บผลหม่อนให้มารดาประทังชีวิตไปก่อน
เวลาที่ไช่ซุ่นไปเก็บผลหม่อนจะต้องนำตะกร้าไปสองใบเพื่อแยกลูกหม่อนสีดำกับสีแดง
บังเอิญพวกโจรป่ามาพบเข้า
หัวหน้าโจรเกิดความประหลาดใจจึงถามว่า “ทำไมต้องแยกลูกหม่อนสีแดงและสีดำเป็นสองตะกร้าด้วย”
ไช่ซุ่นตอบว่า “ผลหม่อนสีดำมีรสหวานจะเอาไปให้มารดารับประทาน
ส่วนสีแดงมีรสเปรี้ยวเราเอาไว้กินเอง”
หัวหน้าโจรได้ฟังเกิดความชื่นชมในความกตัญญูของเขา
แม้จะตกอยู่ท่ามกลางภาวะอับจนแต่ก็ยังธำรงกตัญญูในจิตใจ
เขาจึงสั่งลูกน้องให้นำข้าวสารสามกระสอบกับเนื้อวัวหนึ่งขามามอบให้นำกลับไปเลี้ยงดูมารดา
…………………………………………….

No comments:
Post a Comment