ตักน้ำไกลบ้าน
สมัยราชวงศ์ฮั่น เจียงซือ เป็นผู้กตัญญูต่อมารดาภรรยาชื่อนางผัง
มีความกตัญญูต่อแม่สามียิ่งกว่าเจียงซือเสียอีก มารดาชอบดื่มน้ำจากแม่น้ำฉังเจียง
นางไม่กลัวต่อความยากลำบาก พยายามไปหาบน้ำจากแม่น้ำซึ่งอยู่ไกล 67
ลี้ (33.5
กม.) มาให้แม่สามีดื่มทุกวัน มารดาชอบกินเนื้อปลา
สองสามีภรรยาก็ไปหาปลามาปรุงอาหารให้มารดาทาน
อีกทั้งเชิญเพื่อนบ้านมาร่วมทานเป็นเพื่อนเพื่อให้มารดานั้นเจริญอาหาร
อยู่มาวันหนึ่ง ที่สวนหลังบ้านได้เกิดตาน้ำผุดขึ้นเป็นแอ่งน้ำพุอย่างน่าอัศจรรย์
มีรสเหมือนน้ำจากแม่น้ำฉังเจียงและมีปลาไนโผล่ขึ้นทุกวัน
จากนั้นเป็นต้นมาทั้งสองสามีภรรยาก็ใช้น้ำและปลาจากแอ่งน้ำพุมาปรุงอาหารให้มารดาบริโภค
ทำให้นางไม่ต้องเดินทางไปหาบน้ำและหาปลาไกลถึงฉังเจียงอีกต่อไป
...............................................
แม่จ๋า ! แม่ไม่ต้องกลัว
หวังโผว
เป็นปราชญ์ผู้มีความรู้ความสามารถ บิดาของเขาถูกฆ่าตาย เขาจึงต้องหลบซ่อนตัวและทำงานสอนหนังสือเลี้ยงชีพ
หวังโผวมีความกตัญญูต่อมารดาของเขายิ่งนัก ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน
ขณะที่มารดาของเขามีชีวิตอยู่นั้นเป็นคนกลัวเสียงฟ้าร้องมาก
เวลาฟ้าร้องถ้าไม่มีผู้ใดอยู่ด้วย นางจะตกใจหวาดกลัวจนตัวสั่น
หวังโผวจะรีบเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนอย่างใกล้ชิดจนกว่าฟ้าจะสงบ
เมื่อมารดาสิ้นแล้วเขาได้นำศพไปฝังไว้ในป่า ทุกครั้งที่ฝนตกฟ้าร้อง
เขาจะวิ่งไปที่หน้าหลุมฝังศพ หมอบลงกอดหลุมฝังศพแล้วพลอดพร่ำ “แม่จ๋า...ลูกอยู่ที่นี่แล้ว
แม่ไม่ต้องกลัว”
วันเดือนปีล่วงไป แม้เขาจะเฒ่าชราลงแล้ว เมื่อฝนตั้งเค้ามีท่าว่าจะเกิดเสียงฟ้าร้อง
เขาจะถือไม้เท้ายันกาย เดินโซเซเข้าไปในป่ายังที่ฝังศพมารดา
ตราบกระทั่งวันสุดท้ายแห่งชีวิต
...............................................
น้ำนมไม่สูญเปล่า
สมัยราชวงศ์ถัง
นางจั่งซุนฮูหยิน ชรามากแล้ว ฟันร่วงหลุดหมดปากไม่สามารถขบเคี้ยวอาหารได้ หมอแนะ
นำให้ดื่มน้ำนมของคน ประจวบกับเวลานั้นนางทั่นฮูหยิน
ผู้เป็นสะใภ้ให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง
เมื่อจำเป็นต้องกินน้ำนมเพื่อยังให้มีชีวิตอยู่ต่อ นางจึงสละน้ำนมของนางให้
ดื่มทุกวัน ก่อนให้น้ำนมแม่สามีนางจะอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาด
แต่งตัวเรียบร้อยเข้าไปในห้องโถง แล้วป้อนน้ำ นมให้แม่สามีดื่ม
นางปฏิบัติเช่นนี้เป็นประจำ แม่สามีก็มีกำลังวังชาแข็งแรงขึ้น
อายุยืนอยู่ต่อไปได้อีกหลายปี
อยู่มาวันหนึ่งนางเกิดล้มป่วยหนัก
ได้เรียกลูกหลานทุกคนมาพร้อมหน้าแล้วกล่าวว่า “เมื่อข้าตายไปแล้ว
ถ้าผู้ใดนึกถึงข้า หวังให้ปณิธานของข้าสมปรารถนา
จงปรนนิบัติสะใภ้ของข้าอย่างน้อยก็ให้เท่ากับที่เขาปรนนิบัติข้าเถิด”
.............................................
จับปลาในบึงน้ำแข็ง
สมัยราชวงศ์จิ้น หวังเสียง กำพร้ามารดาแต่เด็ก
นางจูแม่เลี้ยงเกลียดชังลูกเลี้ยงอย่างมาก
มักจะหาเรื่องให้ร้ายหวังเสียงต่อหน้าบิดาเขาอยู่เสมอ จนบิดาหมดความเอ็นดูเขา
แต่ถึงอย่างไรหวังเสียงยังคงกตัญญูต่อพ่อแม่ไม่เสื่อมคลาย
ต่อมาผู้เป็นบิดาและแม่เลี้ยงเกิดล้มบ่อยลง แม่เลี้ยงชอบกินปลาที่สุด
แต่ตอนนั้นเป็นฤดูหนาวหิมะตกหนัก น้ำในแม่น้ำจับตัวเป็นน้ำแข็ง ไม่อาจจะหาปลาได้
ด้วยความสำนึกในกตัญญู หวังเสียงบันดาลความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมาได้
จึงตรงไปที่บึงน้ำแข็งแล้วถอดเสื้อออก
นอนนาบกายลงบนพื้นน้ำแข็งเพื่อให้น้ำแข็งละลาย ครู่ต่อมาน้ำแข็งก็แยกออกเป็นร่อง
มีปลาไน 2 ตัวกระโดดขึ้นมา
เขาดีใจมาก รีบนำปลากลับไปปรุงอาหารให้พ่อและแม่ เลี้ยงทาน
………………………………………
ล่อยุงให้พ่อหลับสบาย
สมัยราชวงศ์จิ้น อู๋เมิ่ง อายุเพียง 8
ขวบก็รู้จักกตัญญูต่อผู้บังเกิดเกล้า เนื่องจากชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากจนค่อนแค้น
จึงไม่มีเงินซื้อมุ้ง ยุงก็มารุมกัดจนบิดาของเขาหงุดหงิดนอนไม่สบาย
ในฤดูร้อนทั้งยุงและแมลงต่างชุกชุม
ตอนกลางคืนอู๋เมิ่งจะนอนถอดเสื้อนั่งอยู่ข้างเตียงบิดา
เพื่อล่อให้ยุงกัดโดยไม่ยอมปัดไล่ ปล่อยให้มันกัดกินเลือดของเขาจนอิ่ม
เพื่อจะได้ไม่ไปกัดบิดา
อู๋เมิ่งอายุเพียงแค่นี้ก็ยังรู้จักรักผู้บังเกิดเกล้าถึงปานนี้
นับว่าเป็นยอดแห่งลูกกตัญญูโดยแท้
……………………………………

No comments:
Post a Comment